วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

สูบบุหรี่มือสอง

คุณไม่สูบุหรี่แต่คุณก็มีสิทธิ์เป็นโรคที่เกิดจากการสูบบุหรี่หากคุณอยู่ใน สิ่งแวดล้อมที่คนสูบบุหรี่เราเรียกคนที่ได้รับบุหร ี่โดยที่ไม่ได้สูบว่า"สูบบุหรี่มือสอง" ที่มาของควันบุหรี่มาได้ 2 ทางคือ

  • ควันที่เกิดจากการเผาบุหรี่หรือซิการ์
  • ควันซึ่งเกิดจากหายใจออกของผุ้ที่สูบบุหรี่

เมื่อควันบุหรี่ถูกสูบเข้าไปและถูกหายใจออกมา ควันที่ออกมายังมีสารก่อมะเร็งเท่ากับควันที่ก่อนจะถูกสูด แทบไม่น่าเชื่อควันบุหรี่ที่เห็นเป็นควันสีขาวจะมีสารเคมีอยู่ 4000 ชนิดในจำนวนนี้กว่า 60 ชนิดเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็ง ผู้ที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่สูบบุหรี่มากและได้ควันบุหรี่มาก จะมีโอกาสเกิดโรคมากด้วย การสูบบุหรี่นั้นนอกจากจะมีผลต่อผู้สูบโดยตรงแล้วยังทำให้ผู้อื่นในบรรยากาศ ของควันบุหรี่สูดเอาพิษจากควันบุหรี่เข้าไปด้วย ทำให้เกิดอันตรายเช่นเดียวกับผู้สูบบุหรี่ ซึ่งผลกระทบของบุหรี่ที่มีต่อคนข้างเคียงพอสรุปได้ดังนี้

  1. เด็ก การสูบบุหรี่ของคนในครอบครัวทำให้เด็กป่วยด้วยโรคหลอดลมอักเสบ ปอดบวม หอบหืด หูชั้นกลางอักเสบเพิ่มขึ้น และมีสมรรถภาพปอดแย่กว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่สูบบุหรี่
  2. หญิงมีครรภ์ หญิงมีครรภ์สูบบุหรี่จะทำให้น้ำหนักตัวขณะตั้งครรภ์เพิ่มน้อยกว่าปกติ และมีโอกาสแท้ง คลอดก่อนกำหนด ตกเลือดระหว่างคลอดและหลังคลอดมากเป็น2เท่าของหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่สูบบุหรี่ นอกจากนั้นยังเกิดภาวะรกเกาะต่ำและรกรอกตัวก่อนกำหนดมากขึ้นลูกที่คลอดจาก แม่ที่สูบบุหร ี่อาจจะมีน้ำหนักและความยาวน้อยกว่าปกติ พัฒนาการทางสมองช้ากว่าปกติ อาจจะมีความผิดปกติทางระบบประสาท ระบบความจำ
  3. คู่สมรสของผู้สูบบุหรี่ มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดมากกว่าคู่สมรสที่ไม่สูบบุหรี่ 2 เท่า มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจ 3 เท่า และเสียชีวิตเร็วกว่าปกติถึง 4 ปี
  4. คนทั่วไป คนทั่วไปที่ต้องอยู่ในบรรยากาศที่ผู้อื่นสูบบุหรี่ ควันบุหรี่จะทำให้เคืองตา ปวดศีรษะ คัดจมูก น้ำมูกไหล โดยเฉพาะผู้ที่มีอาการหอบหืด โรคหัวใจ โรคหลอดลมอักเสบ ก็จะทำให้อาการของโรคเพิ่มมากขึ้น
  1. สูบบุหรี่มือสองทำให้เกิดมะเร็งปอด
  2. การแยกที่สำหรับผู้สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่สามารถลดปริมาณควันได้แต่ก็ได้รับควัน
  3. การที่เด็กที่เสียชีวิตในขวบปีแรกก็มีความสัมพันธ์กับการสูบบุหรี่ของพ่อแม่
  4. สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่นหอบหืด หลอดลมอักเสบหากได้ควันบุหรี่ก็อาจจะทำให้อาการกำเริบ

วิธีป้องกันสูบบุหรี่มือสองที่บ้าน

  • ให้สมาชิกที่สูบบุหรี่ให้ไปสูบบุหรี่นอกบ้านโดยปรึกษากันถึงผลเสียที่จะเกิดกับเด็ก
  • ถ้าผู้สูบไม่ยอมออกนอกบ้านให้หาห้องที่ถ่ายเทอากาศดีให้เขาสูบ
  • ให้เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • สนับสนุนให้เลิกบุหรี่
  • ถ้าแขกที่มาเยี่ยมสูบบุหรี่บอกเขาว่าบ้านนี้ปลอดบุหรี่ และอย่ามีจานเขี่ยบุหรี่ไว้ในบ้าน

วิธีป้องกันสูบบุหรี่มือสองที่ทำงาน

  • ให้นายจ้างประกาศนโยบายสถานที่ปลอดบุหรี่
  • ให้จัดที่ทำงานสำหรับผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ และให้ห่างไกลจากผู้ที่สูบบุหรี่
  • บอกผู้ที่สูบบุหรี่ให้ไปสูบไกลๆคุณ
  • ใช้พัดลมหรือเปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเท
  • ติดป้าย"ขอบคุณที่กรุณาไม่สูบบุหรี่"ไว้ที่ทำงาน

วิธีป้องกันสูบบุหรี่มือสองในที่สาธารณะ

  • เลือกสถานที่ปลอดบุหรี่ เช่นโรงแรม ร้านอาหาร หรือรถเช่าที่ปลอดบุหรี่
  • หากมีผู้ที่สูบบุหรี่ในสถานที่ห้ามสูบให้แจ้งเจ้าหน้าให้จัดการ
  • ไม่พาเด็กไปในที่ๆมีการสูบบุหรี่

สารประกอบในบุหรี่

บุหรี่มีสารประกอบต่างๆอยู่ประมาณ 4000 ชนิด มีสารก่อมะเร็งไม่น้อยกว่า 42 ชนิด สารบางชนิดที่เป็นอันตรายที่สำคัญคือ

  1. นิโคติน เป็นสารที่ทำให้คนติดบุหรี่ ออกฤทธิ์โดยตรงต่อสมองทั้งเป็นตัวกระตุ้นและกดประสาทส่วนกลาง ถ้าได้รับสารนี้ขนาดน้อยๆ เช่นการสูบบุหรี่ 1-2 มวนแรก อาจจะกระตุ้นให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่า แต่ถ้าสูบมากหลายมวนก็จะกดประสาทส่วนกลาง ทำให้ความรู้สึกต่างๆช้าลง ร้อยละ 95ของนิโคตินจะไปจับอยู่ที่ปอด บางส่วนจับอยู่ที่เยื่อหุ้มริมฝีปาก และบางส่วนถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดมีผลโดยตรงต่อหมวกไตก่อให้เกิดการหลั่ง ฮอร์โมนอิฟิเนฟริน [epinephrine] ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติและไม่เป็นจังหวะ หลอดเลือดที่แขนและขาหดตัว เพิ่มไขมันในเส้นเลือด บุหรี่หนึ่งมวนจะมีนิโคติน 0.8-1.8 มิลิกรัม(ค่ามาตรฐานกำหนดไว้ 1 มิลิกรัม) และสำหรับบุหรี่ก้นกรองก็ไม่ได้ทำให้ปริมาณนิโคตินลดลง
  2. ทาร์ หรือน้ำมันดินประกอบด้วยสารหลายชนิด เกาะกันเป็นสีน้ำตาล เป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งได้ เช่นมะเร็งปอด กล่องเสียง หลอดลม หลอดอาหาร ไต กระเพาะปัสสาวะ และอื่นๆ ซึ่งร้อยละ 50 ของทาร์จะไปจับที่ปอด ทำให้เกิดระคายเคืองอันเป็นสาเหตุของการไอเรื้อรังมีเสมหะ ในคนที่สูบบุหรี่วันละซองจะรับน้ำมันทาร์เข้าไปประมาณ 30มิลิกรัม/มวน หรือ110กรัม/ปี บุหรี่ไทยมีสารทาร์อยู่ระหว่าง 12-24 มิลิกรัม/มวน
  3. คาร์บอนมอนอกไซด์ เป็นก๊าซที่ทำลายคุณสมบัติในการเป็นพาหะนำออกซิเจนของเม็ดเลือดแดง ทำให้เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้เท่าเวลาปกติ เกิดการขาดออกซิเจน ทำให้มึนงง ตัดสินใจช้า เหนื่อยง่าย ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ
  4. ไฮโดรเจนไซยาไนด์ เป็นก๊าซพิษที่ทำลายเยื่อบุผิวหลอดลมส่วนต้น ทำให้มีอาการไอเรื้อรัง มีเสมหะเป็นประจำโดยเฉพาะในตอนเช้าจะมีมากขึ้น
  5. ไนโตรเจนไดออกไซด์ เป็นก๊าซพิษที่ทำลายเยื่อบุหลอดลมส่วนปลาย และถุงลมทำให้ผนังถุงลมบางโป่งพอง ถุงลมเล็กๆหลายอันแตกรวมกันรวมกันเป็นถุงลมใหญ่ ทำให้มีถุงลมจำนวนน้อย การยืดหยุ่นในการหายใจเข้าออกน้อยลง ทำให้เกิดโรคถุงลมโป่งพอง
  6. แอมโมเนีย มีฤทธิ์ระคายเคืองเนื้อเยื่อ ทำให้แสบตา แสบจมูก หลอดลมอักเสบ ไอและมีเสมหะมาก
  7. สารกัมมันตรังสี ควันบุหรี่มีสารโพโลเนียม 210ที่มีรังสีอัลฟาอยู่เป้นสาเหตุการเกิดโรคมะเร็งปอด และควันบุหรี่ยังเป็นพาหะร้ายแรงในการนำสารกัมมันตรังสี ทำให้ผู้ที่อยู่รอบข้างที่ไม่สูบุหรี่หายใจเอาอากาศที่มีสารพิษนี้เข้าไป ด้วย

วันเสาร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2553

วันนี้เอาวิธีเลิกบุหรี่ภายใน5วันมาฝากครับ

ถ้าเราตั้งใจไม่มีอะไรเกินความพยายาม

วันนี้เอาวิธีเลิกบุหรี่ภายใน5วันครับ


1. หลักการใช้น้ำภายนอก
ขอให้ท่านอาบน้ำหรือแช่ในน้ำอุ่นให้ได้ 15-20 นาที วันละ 2-3 ครั้ง
หลังจากอาบน้ำอุ่นแล้ว ควรตามด้วยการราดน้ำเย็น เพื่อช่วยให้ร่างกายสดชื่น ไม่ทำให้เกิด
ความรู้สึกอยากสูบบุหรี่

2. การให้น้ำภายใน
การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว จะช่วยให้ท่านรู้สึกสบาย น้ำจะช่วยกำจัดนิโคตินออกจากร่างกายได้
การดื่มน้ำควรเริ่มตั้งแต่ตื่นนอนตอนเช้า หลังอาหารทุกมื้อ ช่วงระหว่างมื้อ และก่อนนอน

3. ความสม่ำเสมอในการปฏิบัติตน
ขอให้ท่านดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐานอย่างเหมาะสม โดยกินอาหาร 3 มื้อเป็นเวลา นอนพักผ่อน
เป็นเวลา ทำจิตใจให้สบาย ออกกำลังกายเบาๆ เช่น เดินสาวเท้าเร็ววันละ 30 นาที
ให้ท่านเอาใจใส่สุขภาพอย่างดีตลอด 5 วัน สุขปฏิบัติที่ดี จะช่วยให้ร่างกายอยู่ในภาวะสมบูรณ์

4. เมื่อกินอาหารอิ่มลุกขึ้นทันที
นักสูบบุหรี่มักจะมีนิสัยเคยชินในการสูบบุหรี่ หลังกินอาหาร ดังนั้นเมื่อท่านกินเสร็จ จึงควรลุก
หนีจากโต๊ะอาหารไปทันที
หางานอดิเรกทำ เพื่อให้มีงานทำตลอดเวลาและเพลิดเพลินจนไม่ต้องนึกถึงบุหรี่

5. ระวังเครื่องดื่มประเภทคาเฟอีนและโคล่า
เครื่องดื่มที่มีฤทธิ์กระตุ้นหรือระงับประสาท เช่น สุรา ชา กาแฟ โคล่า ท่านควรหลีกเลี่ยงเสีย
เพราะจะทำให้เกิดความกระวนกระวายใจ เนื่องจากจะมีสารกระตุ้นให้อยากบุหรี่
ท่านจึงควรงดเครื่องดื่มเหล่านี้ ตลอด 5 วันที่อยู่ในแผนการเลิกบุหรี่ ดื่มน้ำสะอาด หรือน้ำ
ผลไม้แทน

6. ระวังเรื่องอาหาร
หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารมันจัด อาหารหวานจัด อาหารเผ็ด เพื่อให้ร่างกายของท่านอยู่ใน
สภาพดีที่สุด เพราะอาหารมีผลโดยตรงต่อสุขภาพจิต

7. อาหารที่ท่านกินได้
อาหารที่ท่านควรกิน ควรเป็นอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ คือ กินครบทุกหมู่ กินผักผลไม้
อาหารมีกากเส้นใย ในจำนวนที่อิ่มพอดี
ถ้ากระวนกระวายใจในเรื่องอาหาร อาจกินหมากฝรั่งหรือหมากหอม ยาอมที่ไม่มีรสหวาน
เพื่อช่วยให้ปากไม่ว่าง ไม่เปรี้ยวปาก อยากสูบบุหรี่ต่อไป
อย่างไรก็ตามต้องระมัดระวังในเรื่องการควบคุมน้ำหนักตัวด้วย เพราะพบว่าหลายคนที่พยายาม
เลิกบุหรี่หันไปชดเชยด้วยการกินจนทำให้น้ำหนักเกิน 5-10 กิโลกรัม ภายใน 3-6 เดือน
หากท่านจะเลิกสูบบุหรี่และรักษาสุขภาพให้ดี จึงควรควบคุมเรื่องของการตามใจปาก กินอย่าง
ระมัด ระวัง โดยพยามยามกินผักเป็นหลัก เช่น คะน้า แครอท ชะอม ผักบุ้ง ผักกาด ผลไม้เลือกชนิดแคลอรี่ต่ำ เช่น แตงโม แอปเปิ้ล มะละกอ สับปะรด พุทธา

8. ไวตามินบำรุงประสาท
กินไวตามินบีรวม ซึ่งเป็นไวตามินช่วยบำรุงประสาทที่ถูกกดเนื่องจากสารนิโคติน
ท่านอาจกินไวตามินในรูปแคปซูลหรือเม็ด หรือจะกินส่าข้าวสาลี (Wheat Germ) 1-2 ช้อน
โต๊ะหลังอาหารโดยอาจผสมกับนมสดก็ได้

9. ไม่ใช่ตัวยาอื่นๆ
ระหว่างการเลิกบุหรี่ใน 5 วันนี้ พยายามหลีกเลี่ยงการใช้ยาอื่นๆ เพื่อไม่ให้มีการกระตุ้นหรือ
กดประสาท ในช่วงที่ท่านกำลังพยายามรักษาระดับความมั่นคงของอารมณ์ และจิตใจให้คงที่อยู่

10. อาจพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้
ในระหว่างการเลิกบุหรี่นี้ กำลังใจเป็นสิ่งสำคัญที่ท่านต้องสร้างให้เกิดขึ้นมา
ท่านอาจจะหาสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น โดยการกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์
หรือจะสวดมนต์ภาวนาให้ท่านมีความสำเร็จ ก็ขอให้ท่านทำได้ทันที

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

การดื่มชาชงสมุนไพรหญ้าดอกขาวช่วยเลิกบุรี่

คง มีหลายท่านที่ได้ถือฤกษ์เอาวันที่ 31 พฤษภาคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันงดสูบบุหรี่โลกนั้น ให้เป็นวันเริ่มต้นของการ เลิกบุหรี่ใช่ไหมคะ แต่ก็อาจจะยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถเลิกได้จริงหรือเปล่า วันนี้รายการของเรามีทั้งคำแนะนำดี ๆ ในการเลิกบุหรี่พร้อมกับมีกำลังใจมาฝาก เพื่อให้ท่านเลิกบุหรี่อย่างได้ผลกันด้วยค่ะ
คำแนะนำแรกก็คือ ตัวช่วยที่อาจจะช่วยให้ท่านไม่อยากสูบบุหรี่อีกต่อไป ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความสนใจพอสมควรเลยค่ะ นั่นก็คือ การดื่มชาชงสมุนไพรหญ้าดอกขาว เพื่อลดอาการอยากบุหรี่ของคนที่ติดบุหรี่ เนื่องจากสมุนไพรหญ้าดอกขาวมีสารไนเตรต ซึ่งมีฤทธิ์ทำให้ประสาทรับรสบริเวณลิ้นรู้สึกชา ทำให้ผู้ที่บริโภคเข้าไปไม่รับรู้รสชาติใด ๆ เมื่อสูบบุหรี่ก็จะรู้สึกว่ารสชาติของบุหรี่ไม่อร่อยเหมือนเดิม จึงไม่อยากบุหรี่อีก ปัจจุบันมีโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่ง เช่น โรงพยาบาลท่าแซะ จังหวัดชุมพร เปิดคลินิกอดบุหรี่โดยใช้รูปแบบการบำบัดรักษา แบบผสมผสานทั้งด้านร่างกายและ จิตใจ และมีการใช้ชาชงสมุนไพรหญ้าดอกขาว 1 ซอง ละลายน้ำ 1 แก้ว ดื่มวันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร รับประทานวิตามินซี (100 มิลิกรัม) 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหาร และใช้น้ำยาอมบ้วนปากเวลาที่มีอาการอยากบุหรี่ ใช้เวลาประมาณ 1 - 2 เดือน พบว่าได้ผลดี ดังนั้น ผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ จึงขอแนะนำว่าเมื่อรู้สึกอยากบุหรี่ขึ้นมาเมื่อใด ก็ลองชงชาหญ้าดอกขาวมาดื่มแทนนะคะ แต่เนื่องจากหญ้าดอกขาวเป็นกลุ่มที่มีโปแตสเซียมสูง การใช้จึงควรระวังในรายที่มีประวัติโรคหัวใจนะคะ ส่วนผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น อาจมีอาการคอแห้ง ปากแห้ง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถ้าท่านใดรู้สึกว่าตัวช่วยแรกนี้จะลำบากไปหน่อย ก็ลองตัวช่วยที่สองดูนะคะ นั่นก็คือ มะนาว ที่มีอยู่ในครัวบ้านเรานี่แหละค่ะ เพราะมีผลการวิจัยพบว่า ในวิตามินซีจะมีสารที่ช่วยลดความอยากนิโคตินได้ และช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมให้สดชื่น กระปรี้กระเปร่า จึงมีการนำเทคนิคการกินผลไม้รสเปรี้ยว ที่มีวิตามินซีสูงไปใช้เพื่อช่วยเลิก บุหรี่ โดยเฉพาะมะนาว ซึ่งพบว่าได้ผลดีมาก เนื่องจากมะนาวมีผลต่อการทำงานของต่อมรับรสขม ทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป โดยวิธีการกินมะนาวช่วยเลิกบุหรี่ ควรหั่นมะนาวเป็นชิ้นเล็ก ๆ ขนาดเท่าหัวแม่โป้ง หรือพอคำ แต่ต้องให้มีเปลือกติดมาด้วย เมื่อรู้สึกอยากสูบบุหรี่ก็ให้กินมะนาวแทน โดยอมแล้วค่อยดูดความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกอย่างช้า ๆ นาน 3-5 นาที จะทำให้ลิ้นขม เฝื่อน จากนั้นดื่มน้ำ 1 อึก นอกจากจะช่วยลดความอยากนิโคตินแล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนเป็นขม จนไม่อยากสูบนั่นเองค่ะ ทั้งนี้อาจเลือกกินผลไม้ชนิดอื่นที่มีความเปรี้ยวมาก ๆ แทนมะนาวก็ได้นะคะ แต่เมื่อเทียบกันแล้วพบว่ามะนาวจะได้ผลดีที่สุด

วิธีเลิกบุหรี่ด้วยมะนาว

จากการประชุมวิชาการ "บุหรี่กับสุขภาพแห่งชาติ"
ครั้งที่ 7 เรื่อง "เยาวชนรุ่นใหม่ ร่วมใจ ต้านภัยบุหรี่"
ผล วิจัยพบว่า วิตามินซีมีสารที่ช่วยลดความอยากนิโคตินได้ และช่วยฟื้นฟูร่างกายที่ทรุดโทรมให้สดชื่นกระปรี้กระเปร่า โดยเทคนิคการรับประทานผลไม้
รสเปรี้ยวที่มีวิตามินซีสูง โดยเฉพาะมะนาว พบว่าเมื่อนำไปใช้แล้วได้ผลดีมาก เนื่องจากมะนาวมีผลต่อการทำงานของต่อมรับรสขม ทำให้รสชาติของบุหรี่เปลี่ยนไป ซึ่งวิธีการกินมะนาวช่วยเลิกบุหรี่นั้นก็ง่ายแสนง่าย โดยการหั่นมะนาวเป็นชิ้นเล็กๆ ให้มีเปลือกติดมาด้วย ขนาดเท่าหัวแม่โป้ง หรือพอคำ เมื่อมีความรู้สึกอยากสูบบุหรี่ให้กินมะนาวแทน โดยอมแล้วค่อยดูดความเปรี้ยว จากนั้นเคี้ยวเปลือกอย่างช้าๆ นาน 3-5 นาที
จะ มีผลทำให้ลิ้นข่ม เฝื่อน จากนั้นดื่มน้ำ 1 อึก นอกจากช่วยลดความอยากนิโคตินแล้ว เมื่อสูบบุหรี่จะทำให้รสชาติบุหรี่เปลี่ยนเป็นขมจนไม่อยากสูบ และสามารถกินมะนาว หรือผลไม้ชนิดอื่นที่มีความเปรี้ยวมากๆ ได้ทุกครั้งที่เกิดความอยากบุหรี่ ซึ่งการเลิกบุหรี่ด้วยการกินมะนาวส่วนใหญ่จะเลิกบุหรี่ได้ใน 2 สัปดาห์ และไม่อยากบุหรี่อีก ถือว่าชนะนิโคตินได้แต่แม้อาการทางกายคือความอยากจะหมดไป แต่อาการทางใจบางครั้งยังมีอยู่ เช่น เศร้า หงุดหงิดเหมือนคนอกหัก
คนรอบข้างต้องให้กำลังใจ และตั้งใจเลิกอย่างเด็ดขาด จะสามารถเลิกได้อย่างแน่นอน

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

10 วิธีเลิกบุหรี่

ท่าน ผู้สูบบุหรี่ทุกท่าน โปรดทราบ !!! ขณะนี้ เลิกบุหรี่ง่ายกว่าพลิกฝ่ามือเสียอีก ข้อมูลจากมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ บอกว่า แต่ละปีคนไทยเลิกสูบบุหรี่ได้มากกว่า 200,000 คน หรือโดยเฉลี่ยมีผู้เลิกสูบบุหรี่ได้ถึงวันละ 600 คน จากสถิติพบว่า ร้อยละ 80 ผู้ที่หยุดสูบบุหรี่สามารถเลิกได้ด้วยตัวเอง ด้วยการเลิกอย่างเด็ดขาดและต้องมีการเตรียมตัวที่ดี บางคนอาจถือฤกษ์ 31 พฤษภาคมวันงดสูบบุหรี่โลก เป็นวันเลิกบุหรี่ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหน หากคุณอยากเป็น 1 ใน 200,000 คน ที่เลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จ ลองปฏิบัติตามวิธีง่าย ๆ เรามีคำแนะ

  1. ขอคำปรึกษา เพื่อให้คุณมีแนวทางในการเลิกสูบบุหรี่ คุณอาจโทรศัพท์เพื่อขอคำแนะนำได้ที่ หมายเลข 1600 หรือขอคำปรึกษาจากคนรู้จักที่สามารถเลิกสูบบุหรี่ได้สำเร็จมาแล้ว
  2. หากำลังใจ คุณควรบอกให้คนใกล้ชิดได้ทราบถึงความตั้งใจที่จะเลิกบุหรี่ เพราะกำลังใจจากคนรอบข้าง จะช่วยให้คุณมีความพยายามที่จะเลิกสูบบุรี่ให้ได้ เพื่อคนที่คุณรัก
  3. เป้าหมายอยู่ข้างหน้า คุณ ควรวางแผนการปฏิบัติตัว ในระหว่างการเลิกสูบบุหรี่ โดยกำหนดวันที่จะลงมือเลิกสูบบุหรี่ อาจเลือกวันสำคัญต่างๆ ของครอบครัว เช่น วันเกิดตัวเอง วันครบรอบแต่งงาน หรือวันเกิดลูก แต่ไม่ควรกำหนดวันที่ห่างไกลเกินไป เพราะอาจทำให้หมดไฟเสียก่อน
  4. ไม่รอช้า...ลงมือ คุณควรเตรียมตัวให้พร้อม ด้วยการทิ้งอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่ให้หมด เตรียมผลไม้หรือขนมขบเคี้ยวที่ไม่หวานหรือไม่ทำให้อ้วนไว ้เพื่อช่วยในการลดความอยากสูบบุหรี่ รวมถึงปรับเปลี่ยนกิจกรรมที่คุณมักทำร่วมกับการสูบบุหรี่ เช่น อ่านหนังสือแทนการสูบบุหรี่ระหว่างเข้าห้องน้ำ ลุกจากโต๊ะทันทีที่กินอาหารเสร็จ หรือแปรงฟันทุกครั้งหลังกินอาหาร
  5. ถือคำมั่นไม่หวั่นไหว เมื่อถึงวันลงมือ จงตื่นนอนด้วยความสดใส บอกตัวเองว่ากำลังทำสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเองและคนใกล้ชิด เมื่ออยากสูบบุหรี่ก็ขอให้ทบทวนถึงเหตุผลที่ทำให้คุณตัดสินใจเลิกสูบบุหรี่ ปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ล้างหน้า ดื่มน้ำ อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ไม่สูบบุหรี่ เล่นกับลูก หรือสัตว์เลี้ยงให้มากขึ้น ก็จะช่วยให้ผ่านพ้นความอยากสูบบุหรี่ได้ง่ายขึ้น
  6. ห่างไกลสิ่งกระตุ้น ในระหว่างนี้ขอให้คุณหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่จะทำให้คุณอยากสูบบุหรี่ เช่น ถ้าเคยดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แล้วสูบบุหรี่ไปด้วย ก็ควรงดดื่มในช่วงนี้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงการอยู่ท่ามกลางคนสูบบุหรี่ด้วย
  7. ไม่หมกมุ่นความเครียด เมื่อรู้สึกเครียดให้หยุดพักสมอง คลายเครียดสักครู่ ด้วยการพูดคุยกับคนอื่น หรืออ่านหนังสือการ์ตูนขำขัน พึงระลึกเสมอว่า มีคนไม่สูบบุหรี่อีกมากที่คลายเครียดได้ โดยไม่ต้องสูบบุหรี่
  8. เจียดเวลาออกกำลังกาย คุณควรจัดเวลาออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 15-20 นาที เพราะนอกจากจะเป็นการควบคุมน้ำหนักที่อาจเพิ่มขึ้นแล้ว ยังทำให้สมองปลอดโปร่ง เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของหัวใจและปอด หากไม่มีเวลาออกกำลังกาย ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการใช้ลิฟต์ เพื่อที่คุณจะได้ออกกำลังกายบ้าง
  9. ไม่ท้าทายบุหรี่ อย่าคิดว่าลองสูบบุหรี่เป็นครั้งคราวคงไม่เป็นไร เพราะการทดลองสูบบุหรี่เพียงมวนเดียว อาจหมายถึงการหวนคืนไปสู่ความเคยชิน เก่า ๆ อีก คุณมาไกลมากแล้ว อย่าปล่อยให้ตัวเองถอยหลังลงคลองอีกเลย
  10. หากต้องเริ่มต้นใหม่อีกอย่าท้อแท้ ถ้าหันกลับไปสูบบุหรี่อีก นั่นไม่ได้หมายความว่าโลกได้ล่มสลาย หรือคุณเป็นคนล้มเหลว อย่างน้อยคุณก็ได้เรียนรู้ที่จะปรับปรุงตัวเองในคราวต่อไป ขอเพียงพยายามต่อไป ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้น

สำหรับผม มี 2 วีธี โปรดอ่าน..

หนึ่ง..
ทำเหมือนตอนหัดสูบใหม่ๆ คือ เวลาจะเลิก ทำเป็น "ลองเลิก"ไม่สูบเป็นเวลา 1 วัน ดูซิ เมื่อแก่กล้าขึ้น เริ่มเป็น 2 วัน และต่อไปๆ..เป็น เวลามากขึ้น

สอง..
ต่อจากข้อหนึ่ง เมื่อมั่นใจแล้ว ให้บอกทุกคนที่ใกล้ชิดว่า ต่อไปนี้ข้าพเจ้า กำลังไม่สูบบุหรี่มาแล้วติดกัน 1..2..3 วัน จำนวนวันที่มากขึ้น..อย่าลืมให้บอกทุกคนรับรู้ด้วย

ครั้งหนึ่งผมเคยบอกเพื่อนว่า ตอนนี้ไม่สูบมาแล้ว 11 เดือนเสียงถากถางอ่อนแรง กว่าเมื่อ 1 สัปดาห์แรก

เมื่อผ่านไปหนึ่งปี อำนาจด้านบวกของ "เรา" แข็งแรงมาก

บัดนี้ 10 กว่าปีแล้วครับ...
แข็งราวกับอนุสาวีรีย์เลิกบุหรี่เลยที่เดียว